โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้

โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้

โรคเบาหวาน” เชื่อว่าเป็นหนึ่งในชื่ออาการโรคที่เราได้ยินกันบ่อยๆ และหากจะสังเกตเราจะพบว่า นับวันเราจะได้ยินว่ามีคนป่วยด้วยอาการนี้มากขึ้นทุกวัน… และนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เตือนให้เรารู้ว่า มันไม่ได้อยู่ไกลอะไรจากเราเลย และเราอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ป่วยด้วยโรคนี้กับเขาไม่วันใดวันหนึ่งก็เป็นไปได้ ! และโรคนี้หากเป็นแล้วยากที่จะสามารถรักษาให้หาย ! มีผลต่อการใช้ชีวิตของเราในระดับที่แตกต่างกันไปตามความรุนแรงของโรคที่เราเป็น ซึ่งหากไม่รับการรักษาและดูแลที่เหมาะสม อาการนี้ร้ายแรงถึงขั้นทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อและ… เสียชีวิตได้เลยทีเดียว !

ยาสีฟันสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ยาสีฟันรักษาโรคเหงือก ยาสีฟันสมุนไพร ยาสีฟัน ดร.ดี

สาเหตุที่ทำให้มีคนเป็น โรคเบาหวาน กันมากในปัจจุบัน เชื่อว่าส่วนมากเกิดจากลักษณะการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม มีการรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมากเกินความจำเป็นของร่างกาย ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกิน และเกิดความผิดปกติในการจัดการกับปริมาณน้ำตาลในร่างกาย ซึ่งโดยปกติร่างกายของคนเราจะสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ซึ่งถูกผลิตจากตับอ่อน ฮอร์โมนนี้จะทำหน้าที่แปรสภาพน้ำตาลให้ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่ในผู้ที่มี อาการโรคเบาหวาน กระบวนการนี้จะผิดปกติ ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมน้ำตาลไปใช้ได้มากเท่าที่ควร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำตาลอยู่ในร่างกายมาก ซึ่งสามารถตรวจพบได้ในเลือดและปัสสาวะ และนั่นเป็นสาเหตุที่เราเรียกว่า “โรคเบาหวาน” เนื่องจาก ปัสสาวะ ซึ่งเรียกอีกว่า การถ่ายเบา มีมดขึ้น เนื่องจากมันมาตอมน้ำตาลที่ปนอยู่มากในปัสสาวะที่ถูกขับถ่ายออกมา

การรักษาโรคเบาหวาน

อาจจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทุกราย แต่ก็มีวิธีการบรรเทาอาการของโรคที่สามารถทำได้และต้องทำหลายวิธีร่วมกัน คือต้องใช้ยาและปรับอาหารการกินและการใช้ชีวิต เพื่อให้สอดคล้องกับอาการเพื่อป้องกันการกำเริบลุกลามของโรค อย่างไรก็ตาม เมื่อป่วยเป็น โรคเบาหวาน แล้วจะมีอาการแทรกซ้อนหลายอย่างเกิดขึ้น ทำให้ต้องรักษาและดูแลกันขนานใหญ่ ดังนั้นมันย่อมดีกว่า หากเราจะหาทาง ป้องกันโรคเบาหวาน กันเสียแต่เนิ่นๆ

โรคเบาหวาน

วิธีการ ป้องกันโรคเบาหวาน สามารถกระทำได้ ด้วยการควบคุมน้ำหนักของร่างกายให้อยู่ระดับปกติไม่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเป็น “โรคอ้วน” ด้วยการดูแลปริมาณอาหารที่เรารับประทานไม่ให้มากเกินไป ไม่รับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูงมากเกินจำเป็น หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง รับประทานอาหารที่มีกากใย หรือหากเป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตก็ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมีกากใยสูง ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งการทำแบบนี้ นอกเหนือจากเราจะสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานได้แล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราได้ด้านอื่นๆ อีกด้วย

แต่… สำหรับคนที่มีอาการ โรคเบาหวาน เกิดขึ้นไปแล้ว ก็ต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น ต้องพยายามป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายสูงเกินไป โดยเฉพาะในเรื่องอาหาร พบแพทย์เป็นประจำและใช้ผลิตภัณฑ์ในการรักษาที่สอดคล้องกับอาการโรคเบาหวาน รวมถึงปฏิบัติตนให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนจาก โรคเบาหวาน ก็จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 1 : โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้
ตอนที่ 2 : รู้จัก สมุนไพรรักษาเบาหวาน
ตอนที่ 3 : การรักษาโรคเบาหวาน ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ตอนที่ 4 : แผลเบาหวาน ที่เท้า อันตราย ไม่ดูแลรักษาถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง
ตอนที่ 5 : รู้จัก ยาสีฟันสมุนไพร ดีต่อสุขภาพมากกว่าแค่ฟันขาวสดใส
ตอนที่ 6 : ผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวาน ต้องเลือกไม่ใช่ผลไม้ทุกชนิดที่กินได้
ตอนที่ 7 : เหงือกบวม ไม่ใช่เรื่องเล็กต้องรีบรักษา
ตอนที่ 8 : ร้อนใน กับปัญหาภายในช่องปาก และการรักษาอาการด้วยตัวเอง
ตอนที่ 9 : รู้จักโรค เหงือกอักเสบ และการดูแลตัวเอง
ตอนที่ 10: อยู่ๆ ก็ ปวดฟัน ทำไงดี


Reference:
โรคเบาหวาน (Wikipedia)

เบาหวาน (อังกฤษ: Diabetes mellitus (DM) หรือทั่วไปว่า Diabetes ) เป็นกลุ่มโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญอาหารซึ่งมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน[2] น้ำตาลในเลือดสูงก่อให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำและความหิวเพิ่มขึ้น หากไม่ได้รับการรักษา เบาหวานอาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนจำนวนมาก[3] ภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนจากเบาหวาน (diabetic ketoacidosis) และโคม่าเนื่องจากออสโมลาร์สูงที่ไม่ได้เกิดจากคีโตน (nonketotic hyperosmolar coma)[4] ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่ร้ายแรงรวมถึงโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, ไตวาย, แผลที่เท้าและความเสียหายต่อตา[3]

เบาหวานเกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอหรือเซลล์ร่างกายไม่ตอบสนองอย่างเหมาะสมต่ออินซูลินที่ผลิตอย่างใดอย่างหนึ่ง[5] น้ำตาลที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายจะถูกนำไปเปลี่ยนเป็นพลังงานโดยการควบคุมของอินซูลิน ในเมื่ออินซูลินมีปัญหา ทำให้ไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้ จึงมีน้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดมาก ไตจึงขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ อันเป็นเหตุให้ปัสสาวะหวานนั้นเอง[6] เบาหวานมีสามชนิดหลัก ได้แก่

  • เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ แบบนี้อดีตเคยเรียกว่า “เบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน” หรือ “เบาหวานวัยแรกรุ่น” สาเหตุยังไม่ทราบ[3]
  • เบาหวานชนิดที่ 2 เริ่มขึ้นจากการดื้อต่ออินซูลิน คือ ภาวะที่เซลล์ไม่สามารถตอบสนองต่ออินซูลินอย่างเหมาะสม[3] เมื่อโรคดำเนินไป อาจมีการขาดอินซูลินด้วย[7] แบบนี้อดีตเคยเรียก เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน หรือ “เบาหวานที่เกิดในผู้ใหญ่” สาเหตุหลักเกิดจากน้ำหนักกายเกินและออกกำลังกายไม่เพียงพอ[3]
  • เบาหวานระหว่างมีครรภ์ เป็นแบบหลักชนิดที่สาม และเกิดเมื่อหญิงมีครรภ์ซึ่งไม่เคยมีประวัติเบาหวานมาก่อนมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง[3]

การป้องกันและรักษารวมถึงการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ, การออกกำลังกาย, การงดสูบบุหรี่ และการรักษาน้ำหนักกายให้ปกติ. การควบคุมความดันโลหิตและการดูแลเท้าอย่างเหมาะสมก็สำคัญต่อผู้ป่วยเช่นกัน เบาหวานชนิดที่ 1 ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลิน[3] เบาหวานชนิดที่ 2 อาจรักษาด้วยยาพร้อมกับอินซูลินด้วยหรือไม่ก็ได้[8] อินซูลินและยากินบางชนิดสามารถทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงได้[9] การผ่าตัดลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคอ้วนเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2[10] เบาหวานระหว่างมีครรภ์โดยปกติหายได้เองหลังทารกคลอด[11]

ณ ปี 2013 ทั่วโลกมีผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 382 ล้านคน โดยมีเบาหวานชนิดที่ 2 ถึง 90%[12][13] ซึ่งเท่ากับ 8.3% ของประชากรผู้ใหญ่[13] โดยมีอัตราเท่ากันในหญิงและชาย[14] ในปี 2012 และ 2013 โรคเบาหวานเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1.5 ถึง 5.1 ล้านคนต่อปี. เป็นสาเหตุการตายสูงสุดอันดับ 8[8][15] โดยรวมแล้วเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงการตายอย่างน้อยสองเท่า[3] จำนวนผู้ป่วยเบาหวานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 592 ล้านคนในปี 2035[16] มูลค่าทางเศรษฐกิจของเบาหวานทั่วโลกที่ประเมินในปี 2013 อยู่ที่ 548 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[15] และ 245 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐอเมริกาในปี 2012[17]

 

สัญญาณและอาการ

ภาพรวมของอาการที่สำคัญที่สุดของโรคเบาหวาน

อาการคลาสสิกของโรคเบาหวานที่ยังไม่ได้รับการรักษาคือน้ำหนักลด, ปัสสาวะบ่อย, ดื่มน้ำบ่อย, และกินบ่อย[18] อาการเหล่านี้อาจแย่ลงอย่างรวดเร็ว (เป็นสัปดาห์หรือเดือน) ในโรคเบาหวานประเภทที่ 1, แต่อาการมักแย่ลงอย่างช้ามาก ๆ และอาจเบาลงหรือหายไปในโรคเบาหวานประเภทที่ 2

สัญญาณและอาการอื่นๆอีกหลายอย่างสามารถบ่งบอกถึงการเริ่มมีอาการของโรคเบาหวาน, แม้ว่าพวกมันจะไม่บ่งบอกเฉพาะโรคโดยตรง นอกเหนือจากสัญญาณและอาการที่รู้จักกันข้างต้น, พวกมันรวมถึงการมองเห็นไม่ชัด, ปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, รักษาแผลหายช้า, และคันที่ผิวหนัง. ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการดูดซึมกลูโคสในเลนส์ของตา, ซึ่งนำไปสู่​​การเปลี่ยนแปลงในรูปร่างของเล๋นส์, เป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสายตา ผื่นผิวหนังจำนวนมากที่สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น dermadromes ของโรคเบาหวาน

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

8 thoughts on “โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้

ใส่ความเห็น