แผลเบาหวาน และการรักษาแผลเบาหวาน

แผลเบาหวาน และการรักษาแผลเบาหวาน

ผู้ ป่วยเบาหวาน  เมื่อเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยขึ้น จะมีบาดแผลที่รักษาหายได้ยาก และขยายวงกว้างลุกลามได้ ขึ้นเรื่อยๆ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นนะ ทั้งๆที่เราก้อดูแลโรคน้ำตาลคงที่และรักษาแผลดีอยู่แล้ว ควรจะปฏิบัติ ตัวอย่างไร จึงจะลดการลุกลามของบาดแผลได้
บาด แผลที่เกิดกับผู้ป่วยเบาหวาน ทางการแพทย์ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะบาดแผลเพียงเล็กน้อยอาจลุกลามจน เป็นอันตรายได้ ถ้าควบคุมไม่อยู่จนเชื้อเข้ากระแสเลือดไปทั่วร่างกาย ที่เรียกว่า เลือดเป็นพิษ ก็จำเป็นต้อง ตัดนิ้วเท้าหรือตัดขา
เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าคนที่เป็นเบาหวานมานานๆ ร่างกาย จะเกิดข้อบกพร่อง มีหลายปัจจัยด้วยกันโดยปัจจัยหลักๆได้แก่

ปัจจัยที่ทำให้คนเป็นเบาหวานแผลหายช้า

1.ปลายประสาทเสื่อม
 ประสาท ปลายมือปลายเท้า เสื่อม ทำให้เกิดอาการชาด้าน เมื่อถูก ของมีคม (เช่น หนาม ตะปู ฯลฯ) หรือกระทบกระแทกถูกของแข็ง (เช่น ขอบโต๊ะ) ก็ไม่ระวัง เพราะไม่รู้สึก จึงมีโอกาสเกิดบาดแผลรุนแรงกว่าคนปกติได้ โดยสามารถแบ่งย่อยออกไปอีก 3 ข้อ

          1.1 ประสาทรับความรู้สึกเสื่อม ผู้ ป่วยเบาหวานจะสูญเสียการรับความรู้สึกเจ็บปวดหรือความรู้สึกร้อนเย็น ดังนั้นเมื่อเป็นแผลขึ้นแล้วผู้ป่วยมักไม่หยุดใช้เท้าเนื่องจากขาดความ รู้สึกเจ็บปวด แผลจึงเกิดการอักเสบลุกลามมากขึ้น

          1.2 ประสาทควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อม ทำ ให้กล้ามเนื้อเล็กๆที่เท้าลีบลง กล้ามเนื้อที่เท้าไม่อยู่ในสภาพสมดุล ทำให้เกิดเท้าผิดรูป (Charcot Foot) ทำให้จุดรับน้ำหนักผิดไป มีโอกาสเกิดตาปลาหรือแผลเป็นได้ง่าย

          1.3 ประสาทอัตโนมัติเสื่อม ทำ ให้ระบบประสาทควบคุมเกี่ยวกับการหลั่งเหงื่อ การหดและขยายตัวของหลอดเลือดเสียไป ผิวหนังแห้ง มีเหงื่ออกน้อย และผิวหนังแห้งแตกง่าย เชื้อโรคอาจเข้าไปตามรอยแตกแล้วเกิดเป็นแผลลุกลามมากขึ้น และยังทำให้เท้าบวม รองเท้าจึงคับขึ้นและกดเท้าจนเป็นแผลได้

2. ความผิดปกติของหลอดเลือด

เนื่องจากเกิดภาวะเส้นเลือดตีบแข็งจนบางครั้งก็อุดตัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดฝอย ทำให้เกิดแผลที่เท้าขึ้นเองได้เนื่องจากเนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งจะพบมากที่ปลายนิ้วเท้าทั้งห้าหรือส้นเท้า ในผู้ป่วยบางรายซึ่งเกิดแผลจากสาเหตุอื่น เช่น อุบัติเหตุ ของมีคม เล็บขบ ยุงกัดและการเกา เป็นต้น การรักษาแผลให้หายเป็นไปได้ยากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากหลอดเลือดเลือดตีบไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงเพียงพอ ทำให้ไม่มีการสมานแผล การตีบตันของหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานไม่ได้เกิดเพียงเฉพาะที่เท้าเท่านั้น ยังเกิดกับหลอดเลือดอื่นๆด้วย เช่น หลอดเลือดหัวใจและสมอง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมที่ทำให้มีการตีบตันเร็วและมากขึ้นอีก คือการสูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

3. การติดเชื้อแทรกซ้อน
แผล ที่เท้าของผู้ป่วยเบาหวานมักจะมีการติดเชื้อร่วมด้วยอยู่เสมอ โดยเฉพาะการมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทำให้การอักเสบลุกลามมากขึ้น เกิดเส้นเลือดฝอยอุดตันทำให้เนื้อเยื่อที่ขาดเลือดส่งกลิ่นเหม็นเน่าได้ ยิ่งหากมีภาวะแทรกซ้อนทางประสาทและหลอดเลือดด้วยแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายยิ่งยากมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยร่วมที่ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกตัด

เป็นเบาหวาน เมื่อมีแผล อย่าวางใจ

ข้อ บกพร่องเหล่านี้มักจะเกิดกับคนที่เป็นเบาหวานมานานๆ (5-10 ปีขึ้นไป) และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ คือปล่อยให้ระดับ น้ำตาลสูงกว่าเกณฑ์ปกติอยู่เรื่อยๆ

ดัง นั้น คนที่เป็นเบาหวานจำเป็นต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาล ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ตั้งแต่ระยะแรก เริ่มที่พบว่าเป็นโรค และต้องควบคุม อย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดไป จึง จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องดังกล่าว รวมทั้งภาวะแทรกซ้อน อื่นๆ (เช่น โรคหัวใจ อัมพาต อัมพฤกษ์ ไตวาย ประสาทตาเสื่อม)

ไปหาหมอครั้งหน้า อย่าลืมขอแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนปฏิบัติในการดูแลเท้า เพื่อป้องกันมิให้เกิดบาดแผล แต่ ถ้ามีบาดแผลเกิดขึ้น ขอให้รีบทำความสะอาดบาดแผล เช่น ชะล้างด้วยสบู่กับน้ำสะอาด ใช้น้ำผึ้ง ทาบนเนื้อแผล แล้วปิดด้วยผ้ากอซที่สะอาด น้ำผึ้งเป็นยาสมานแผลอย่างดี หากดูแล 2-3วันแล้ว แผลแห้งหายดีก็นับว่าปลอดภัย แต่ถ้าแผลกลับลุกลามหรือมีไข้ขึ้น ก็ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะ-สม อย่าปล่อยให้ลุกลามใหญ่โต จนเกิดความยุ่งยากในการรักษาได้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

 

 

แหล่งข้อมูล:

1. แผลเบาหวาน (Diabetic Foot) และการดูแลเท้า, ผศ.พญ.สุภาพร โอภาสานนท์

สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor /e-pl/articledetail.asp?id=915

  1. การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน,
    http://wwwnno.moph.go.th/dms/cpg/mtre/med_guide/cpg_1_1_01.pdf
  2. แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน
    http://203.155.220.217/phpd/Media/HandBook/PHND/55/Foot%20Care.pdf
  3. แผลในผู้ป่วยเบาหวาน, หมอชาวบ้าน,
    http://www.doctor.or.th/ask/detail/2632

Credit:
http://www.oknation.net/blog/DIVING/2013/11/17/entry-1
http://www.nonthavej.co.th/healthy7-1.php

 

ใส่ความเห็น