เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ปัญหาช่องปาก…อันตรายกว่าที่คิด

เหงือกบวม เหงือกอักเสบ ปัญหาช่องปาก…อันตรายกว่าที่คิด

Credit: Kapook

ตรวจฟัน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

เพราะ ต้องใช้ฟันในการบดเคี้ยวอาหารทุกวัน ถ้าดูแลรักษาความสะอาดช่องปากไม่ดี ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมโรคเหงือกอักเสบ และอาการเหงือกบวมจะถามหา ใครที่แปรงฟันแล้วชอบมีเลือดออกนั่นแหละค่ะ สัญญาณเริ่มต้นของเหงือกอักเสบ

ไหน! ลองมาดูซิว่า เหงือกอักเสบเกิดจากอะไร แล้วเราจะสามารถป้องกันและรักษาโรคเหงือกอักเสบ และอาการเหงือกบวมได้อย่างไรบ้าง

เช็ก! อาการเหงือกอักเสบกันก่อน

  สำหรับคนที่สงสัย หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นโรคเหงือกอักเสบหรือไม่ ลองดูอาการต่อไปนี้ แล้วเช็กดูว่าตรงกับคุณกี่ข้อ

มีเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน หรือใช้ไหมขัดฟัน ข้อนี้หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่จริง ๆ แล้ว หากมีเลือดออกตามไรฟัน แสดงว่าเหงือกเริ่มมีการอักเสบแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการอื่น ๆ ตามมา

เหงือกมีสีแดง ชมพูเข้ม แดงคล้ำ อาจบวม ดูเป็นมัน

รู้สึกเจ็บ และปวดเวลาสัมผัสเหงือก

มีกลิ่นปาก เพราะเศษอาหารจะไปตกค้างบริเวณที่เหงือกอักเสบบวม

เหงือกจะเริ่มแยกตัวออกจากฟัน

รู้สึกว่าฟันตัวเองยาวขึ้น

เหงือกร่น

มีหนองไหลออกมาจากร่องของเหงือก

ฟันเริ่มโยก เพราะมีการละลายของกระดูกที่รองรับฟัน และเหงือกเป็นหนอง หากใครมีอาการฟันโยก แสดงว่าเป็นโรคเหงือกในระยะที่เป็นมากแล้ว

เหงือกอักเสบ

แล้วเหงือกอักเสบเกิดจากอะไรล่ะ

1. การขาดการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธี ไม่ขูดหินปูนเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์และหินปูน ซึ่งเป็นที่สะสมของเชื้อโรค

2. ยาบางชนิดหากรับ ประทานติดต่อกันเป็นเวลานานก็มีผลทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาระงับชัก และยาโรคหัวใจ

3. การขาดสารอาหารบางประเภท เช่น แคลเซียม วิตามินบี วิตามินซี ก็อาจทำให้เกิดโรคเหงือกได้เช่นกัน

4. โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเหงือกอักเสบที่รุนแรงกว่าคนทั่วโลก โดยเฉพาะในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน

5. พันธุกรรม มีข้อมูลระบุว่า ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ ร้อยละ 30 เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม

6. การสูบบุหรี่ รายงาน การศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหงือกอักเสบมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ บุหรี่ 4-6 เท่า นอกจากนี้ สารทาร์ในบุหรี่ยังเป็นตัวเร่งการเกิดคราบหินปูนในผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิด รุนแรงมากถึงร้อยละ 60

เหงือกอักเสบร้ายแรงขนาดไหน

หลายคนอาจคิดว่า แค่เหงือกบวม เหงือกอักเสบนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่รู้ไหมคะ หากปล่อยให้เหงือกอักเสบไปนาน ๆ อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะรุนแรงมากขึ้น คือ ฟันจะยื่นยาวมากขึ้น ฟันโยก รู้สึกเจ็บเวลาเคี้ยวอาหาร เพราะเหงือก และกระดูกเบ้าฟันถูกทำลายจนต้องถอนทิ้ง หรือต้องทำการรักษาที่ยุ่งยากมากขึ้น เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลารักษา แถมยังเจ็บตัวมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

แต่ ว่าที่ร้ายแรงกว่านั้นยังมีอีกค่ะ เพราะมีผลวิจัยชี้ออกมาแล้วว่า ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจมากขึ้น หรือถ้าใครเป็นเบาหวานอยู่ก็ยิ่งจะยิ่งควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ยาก ส่วนหญิงมีครรภ์ก็จะมีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดได้ ฟังดูแล้ว เหงือกอักเสบ อันตรายกว่าที่คิดจริง ๆ

โรคเหงือกอักเสบ

แล้วทำอย่างไรดีล่ะ เมื่อตัวเองเป็นเหงือกอักเสบ

ไม่ยากเลย ถ้าเราพบอาการผิดปกติในช่องปากแม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรไปพบทันตแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลช่องปาก และเพื่อให้แพทย์แก้ไขปัญหาให้ โดยโรคนี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ แต่รักษาไม่หายขาด ต้องมาพบแพทย์เป็นประจำ แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นได้

ไหมขัดฟัน

ป้องกันเหงือกอักเสบด้วยตัวเอง

แน่ นอนค่ะว่า ต่อให้เราไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคเหงือกอักเสบแล้ว แต่ถ้าเรายังไม่ปรับเปลี่ยนนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเอง อาการเหงือกอักเสบก็จะย้อนกลับมาทำร้ายช่องปากเราได้อีก เพราะฉะนั้น จำวิธีป้องกันเหงือกอักเสบไว้เลยค่ะว่า อะไรที่ “ควรทำ” และอะไรที่ “ควรเลี่ยง”

ควรทำ

ทำความสะอาดฟันอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับไหมขัดฟันวันละ 1 ครั้ง

เลือกใช้แปรงที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม

พบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพปากและฟันทุก ๆ 6 เดือน

ควรเลี่ยง

หลีกเลี่ยงการอาหารที่มีความเป็นกรดสูง เพื่อถนอมฟัน แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ให้ดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อลดกรดในช่องปาก

ไม่ควรแปรงฟันหลังทานอาหารทันที เนื่องจากผิวฟันยังอ่อนนุ่มอยู่ อาจทำให้ฟันสึกได้ ควรรออย่างน้อย 30 นาที

ไม่ควรแปรงฟันนานเกินไป เพราะจะทำให้เหงือกเกิดการอักเสบได้

อย่า ลืมนะคะ สุขภาพภายในช่องปากเป็นสิ่งสำคัญมาก หากเราละเลย ไม่ดูแลมันให้ดี เกิดมีปัญหาขึ้นมา อาจถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะเจ็บปวดกับการรักษาแน่ ๆ เราเตือนแล้วนะ

ใส่ความเห็น