เมตาโบลิก ซินโดรม Metabolic Syndrome

เมตาโบลิก ซินโดรม Metabolic Syndrome
ศาสตราจารย์นายแพทย์ อภิชาติ วิชญาณรัตน์

เมตาโบลิก ซินโดรม

Metabolic Syndrome

มีการค้นพบตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 แล้วว่าภาวะที่มีความผิดปกติของระบบเมตาโบลิกซึมที่แสดงความผิดปกติของร่างกายออกมาเป็นกลุ่มอาการผู้ป่วยที่อ้วน ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง และไขมันเอชดีแอลในเลือดต่ำ มักเกิดขึ้นร่วมกัน ซึ่งพบต่อไปว่าผู้ป่วยที่มีภาวะความผิดปกติเช่นนี้มีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่าคนปกติทั่วไปถึง 3 เท่า

ปัจจุบันกลุ่มอาการความผิดปกติประเภทนี้เรียกรวมกันว่า Metabolic Syndrome (เมตาโบลิก ซินโดรม) ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มองเห็นถึงอันตรายจากโรคนี้ และให้ความสำคัญต่อการป้องกันและรักษา

ในปี ค.ศ. 2001 สมาคมการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาได้ให้คำจำกัดความของผู้ที่เป็นโรคนี้ว่า ต้องมีความผิดปกติตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ของความผิดปกติ

1. มีภาวะอ้วนลงพุง คือมีรอบเอวมากกว่า 40 นิ้ว ในชายและมากกว่า 35 นิ้วในหญิง

2. ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูง คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ในผู้ชายหรือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิง

3. ระดับไขมันเอช ดี แอล ในเลือดต่ำ คือ น้อยกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในผู้หญิง

4. ความดันโลหิตสูงกว่าหรือเท่ากับ 130/85 มิลลิเมตรปรอท

5. ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง สูงกว่าหรือเท่ากับ 110 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

อย่างไรก็ดี แพทย์ในแถบประเทศเอเชียเห็นว่าเกณฑ์สำหรับผู้ที่ถือว่าอ้วนลงพุงสำหรับประชากรในเอเชียควรต่ำกว่าของอเมริกาคือ >36 นิ้ว ในผู้ชาย และ >32 นิ้ว ในผู้หญิง

สาเหตุของการเกิดโรคเมตาโบลิก ซินโดรม เชื่อว่ามาจาก 2 ปัจจัยรวมกันคือ

1. จากพันธุกรรม ที่ทำให้เกิดความผิดปกติกับระบบเมตาโบลิซึ่มของน้ำตาลในร่างกาย

2. ลักษณะการดำรงชีวิตของบุคคลที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงและไม่มีเวลาออกกำลังกาย

จากการสำรวจในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป รวมทั้งเอเชีย พบว่าอัตราการเกิดโรคเมตาโบลิก ซินโดรม ของประชากรอยู่ในระดับที่สูงและสูงมากขึ้นในผู้สูงอายุ อีกทั้งยังพบว่าอัตราการเกิดโรคเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิตและการบริโภคเป็นไปตามแบบชาติตะวันตกมากขึ้นเรื่อย ๆ

การป้องกันและการรักษา

การรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สามารถป้องกันการเกิดโรคเมตาโบลิก ซินโดรมได้ ส่วนการรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิต และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะสามารถกำจัดความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่ถ้ายังไม่เพียงพอแพทย์อาจให้การรักษาอื่นเพิ่มเติม เช่น การใช้ยาเพื่อการรักษาความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อไป

 

ที่มาบทความ จาก หนังสือ “เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน”

เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๙
โดยสโมสรไลออนส์สากล ภาค 310 ประเทศไทย สมาคมโรคเบาหวาน แห่งประเทศไทย
ศูนย์เบาหวานศิริราช คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ตอนที่ 1 : เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน
ตอนที่ 2 : มาช่วยกันป้องกันโรคเบาหวาน…กันดีกว่า
ตอนที่ 3 : การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน
ตอนที่ 4 : เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น และการรักษาปัจจุบัน
ตอนที่ 5 : เมตาโบลิก ซินโดรม Metabolic Syndrome
ตอนที่ 6 : การติดตามและการประเมินผลในการดูแลเบาหวานด้วยตนเอง
ตอนที่ 7 : การออกกำลังกายในผู้ป่วยเป็นเบาหวาน
ตอนที่ 8 : การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
ตอนที่ 9 : โรคความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยเบาหวาน
ตอนที่ 10 : อาหารสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน

Save

Save