รู้จัก สมุนไพรรักษาเบาหวาน

สมุนไพรรักษาเบาหวาน

สมุนไพรรักษาเบาหวาน – อาการโรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในอาการป่วยที่พบได้บ่อยมากในปัจจุบันนี้ และพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่ก่อนเราอาจจะคิดว่ามันเป็นอาการที่มักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่วัยกลางคนขึ้นไป แต่ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ! เราพบว่ามีเด็กเล็กที่ป่วยด้วยอาการนี้ด้วยเช่นกัน หนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือ การใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม มีการบริโภคอาหารกลุ่มแป้งและน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ทำให้ร่างกายไม่สามารถจัดการกับปริมาณน้ำตาลที่รับเข้าไปได้ นานไปก็เกิดปัญหาโรคเบาหวานขึ้นในที่สุด และอาการนี้เมื่อเป็นแล้ว ยากที่จะรักษาให้หายขาด ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้มีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่อาการอ่อนเพลีย ปัญหาเรื่องหลอดเลือดและหัวใจ ปัญหาทางสายตา อาการไตเสื่อม (เนื่องจากร่างกายต้องทำงานหนักขับน้ำตาลที่ปนเปื้อนอย่างหนัก) และการเกิดแผลเรื้อรังติดเชื้อ ซึ่งบางรายถึงขนาดต้องตัดบางส่วนของร่างกายออกเพื่อหยุดการลุกลามของแผลก็มี ! ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง แต่นอกเหนือจาก การรักษาด้วยยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยเบาหวานยังสามารถอาศัย สมุนไพรรักษาเบาหวาน เป็นตัวช่วยในการดูแลอาการได้อีกด้วย

สมุนไพรรักษาเบาหวาน

สมุนไพรรักษาเบาหวาน มีอยู่หลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่หาได้รับๆ ตัว เป็นพืชผักที่เราพบเจอได้ทั่วไป แต่บางอย่างเราก็ไม่ทราบว่ามันมีสรรพคุณในการช่วยในการดูแลอาการโรคนี้ และบางอย่างยังเป็น สมุนไพรลดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้ในเวลาเดียวกัน (โรคเบาหวานและความดัน มักเป็นโรคที่มาเยือนพร้อมๆ กันจนบางคนบอกว่ามันเป็นแพ็คเกจคู่ !)

สมุนไพรรักษาเบาหวาน ที่น่าสนใจมีหลายชนิด อาทิเช่น…

  1. ตำลึง พืชเถาเลื้อยที่พบได้ทั่วไป หาซื้อง่าย บางทีเก็บได้จากริมรั้ว ตำลึงมีสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เพียงรับประทานตำลึงเป็นประจำก็สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้แล้ว
  2. มะระขี้นก พืชรสขมฤทธิ์เย็น แต่มีสรรพคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน อาจจะเรียกสามารถเรียกได้ว่าเป็นพืชที่เป็น ยารักษาเบาหวานที่ดีที่สุด อย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะออกฤทธิ์เร็ว และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เป็น สมุนไพรลดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้ในเวลาเดียวกัน และยังสามารถชะลอความเสื่อมของไตและชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นผลข้างเคียงของโรคเบาหวานได้อีกด้วย
  3. อบเชย สมุนไพรกลิ่นหอมนอกจากใช้แต่งกลิ่นอาหารได้แล้ว ยังมีสรรพคุณช่วยเพิ่มปริมาณการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายใช้ในการย่อยและดูดซึมน้ำตาลนำไปใช้ ทำให้ลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ดี
  4. กระเทียม เป็นสมุนไพรอีกอย่างที่น่าสนใจมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เนื่องจากมันเป็นสมุนไพรที่เรียกได้ว่าครบเครื่อง มีสรรพคุณลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ช่วยในเรื่องความดันโลหิต และสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมๆ กับกระตุ้นการหลั่งของอินซูลินได้ ถือเป็น สมุนไพรแก้เบาหวาน ความดัน ไขมัน ในตัวเดียวกัน

สมุนไพรรักษาเบาหวาน เหล่านี้ หาได้ง่าย มีอยู่ทั่วไปและใช้ในชีวิตประจำวัน เพียงแต่เราปรับการรับประทานอาหาร ใช้สมุนไพรเสริมเข้ามาเป็นทั้งอาหารและยา ร่วมกับการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะทำให้อาการเบาหวานลดลงอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมมันได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 1 : โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้
ตอนที่ 2 : รู้จัก สมุนไพรรักษาเบาหวาน
ตอนที่ 3 : การรักษาโรคเบาหวาน ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ตอนที่ 4 : แผลเบาหวาน ที่เท้า อันตราย ไม่ดูแลรักษาถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง
ตอนที่ 5 : รู้จัก ยาสีฟันสมุนไพร ดีต่อสุขภาพมากกว่าแค่ฟันขาวสดใส
ตอนที่ 6 : ผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวาน ต้องเลือกไม่ใช่ผลไม้ทุกชนิดที่กินได้
ตอนที่ 7 : เหงือกบวม ไม่ใช่เรื่องเล็กต้องรีบรักษา
ตอนที่ 8 : ร้อนใน กับปัญหาภายในช่องปาก และการรักษาอาการด้วยตัวเอง
ตอนที่ 9 : รู้จักโรค เหงือกอักเสบ และการดูแลตัวเอง
ตอนที่ 10: อยู่ๆ ก็ ปวดฟัน ทำไงดี


Reference:
สมุนไพรเบาหวาน wikipedia

มีสมุนไพรไทยหลายชนิด ที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ได้แก่ ตำลึง มะระขี้นก ว่านหางจระเข้ กะเพรา ใบหม่อน หญ้าหวาน ปอกะบิด เจียวกู่หลาน [87]ผักจินดา

มะระขี้นก

ผลสุกของมะระขี้นก

มะระขี้นก เป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นได้ทั่ว ๆ ไป ลูกเล็กรูปร่างคล้ายกระสวย ผิวเปลือกขรุขระและมีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลืองอมแดง ปลายผลจะแตกเป็น 3 แฉก นกชอบมาจิกกินทั้งผลและเมล็ด แล้วก็ถ่ายเมล็ดไว้ตามที่ต่าง ๆ จึงเรียกกันว่ามะระขี้นก

มะระขี้นก มีรสขมกว่ามะระจีน จึงนิยมกินในหมู่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ผลอ่อนนำไปต้มหรือเผากินได้ทั้งลูก ผลแก่ต้องนำมาผ่ากลาง คว้านเมล็ดออกเสียก่อน การลดความขมของมะระขี้นกนั้นทำได้โดยต้มน้ำให้เดือดจัด ใส่เกลือสักหยิบมือ ลวกมะระในน้ำเดือดสักครู่ มะระจะยังคงมีผลสีเขียวสด หรือจะต้มกินกับน้ำพริกก็ได้ บางครั้งราดด้วยกะทิสดเพื่อเพิ่มรสชาติ

การปรุงแกงจืดมะระขี้นกยัดไส้หมูสับ ต้องต้มนานหน่อยให้ความขมจางลง หรือปรุงอาหารเผ็ด เช่น พะแนงมะระขี้นกยัดไส้ หรือเป็นแกงเผ็ดก็ได้ ถ้าจะนำไปปรุงอาหารผัด เช่น ผัดกับไข่ ให้ต้มน้ำแล้วเททิ้งหนึ่งครั้ง

นอกจากใช้ผลเป็นอาหารแล้ว ใบของมะระขี้นกก็นำมาทำอาหารได้ แต่ไม่นิยมกินสดเพราะมีรสขม ยอดมะระลวกเป็นผักจิ้มกินกับน้ำพริก หรือกับปลาป่นของชาวอีสาน ยิ่งเด็ดยิ่งแตกยอดเพิ่มอีก ทางภาคเหนือนิยมนำยอดมะระสดมากินกับลาบ หรือนำไปทำแกงคั่ว แกงเลียง และแกงป่า ได้รสน้ำแกงที่ขมเฉพาะตัว

ทางอีสานนิยมนำใบมะระขี้นกใส่ลงไปในแกงเห็ดแบบพื้นบ้านจะทำให้แกงมีรสขมนิด ๆ กลมกล่อมมาก บ้างนิยมนำใบมะระมาต้มหรือลวกจิ้มน้ำพริก

คุณค่าทางโภชนาการ

ประโยชน์ทางยา

สรรพคุณของมะระขี้นก1. จะช่วยเจริญอาหาร การที่ผลมะระขี้นกช่วยเจริญอาหารได้ เพราะในเนื้อผลมีสารที่มีรสขมกระตุ้นให้น้ำย่อยออกมา มากขึ้น จึงทำให้รับประทานอาหารได้เพิ่มขึ้นใช้ผลมะระปิ้งไฟ หรือลวกจิ้มน้ำพริก 2. ยับยั้งเชื้อ HIV หรือเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย

  • ใช้เมล็ดจากผลสุก 30 กรัม แกะเมล็ด ล้างเนื้อเยื่อสีแดงที่หุ้มเมล็ดออก ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ กะเทาะเมล็ดเปลือกมะระ ควรกะเทาะในภาชนะที่เย็น เช่น ในที่มีอุณหภูมิต่ำ จะได้เนื้อในสีขาว ควรสวมถุงมือยางขณะทำ
  • นำเนื้อใน มาล้างน้ำให้สะอาด เติมน้ำหรือน้ำเกลือที่แช่เย็นลงไป 90-100 มิลลิลิตร ปั่นในเครื่องปั้นที่แช่เย็น แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง 2-3 ชั้น จะได้น้ำยาสีขาวขุ่น
  • น้ำยาสีขาวขุ่น ใช้สวนทวารหนัก ครั้งละ 10 มิลลิลิตร วันละครั้ง
  • ถ้านำน้ำ ที่ปั่นไปแช่ตู้เย็น จะแยกเป็น ๒ ชั้น ให้ใช้ชนบนที่มีลักษณะใส

ข้อควรระวัง 1. การสวนทวาร ควรใช้วาสลินช่วยหล่อลื่นก่อนการสวน 2. ทุกขั้นตอนให้ระวังเรื่องความสะอาด 3. ต้องรักษาความเย็นตลอดเวลา

มะระจีน

คุณค่าทางโภชนาการ

 มะระจีนมีคุณค่าทางโภชนาการ ในผลมะระ 1 ถ้วยหรือประมาณ 93 กรัม จะประกอบไปด้วย
  • วิตามินเอ 9%
  • วิตามินบี1 2%
  • วิตามินบี2 2%
  • วิตามินบี3 2%
  • วิตามินบี5 2%
  • วิตามินบี6 2%
  • วิตามินซี 130%
  • โฟเลต 17%
  • ธาตุแคลเซียม 2%
  • ธาตุเหล็ก 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 4%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 3%
  • ธาตุทองแดง 2%
  • ธาตุสังกะสี 5%

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save