วอนช่วยแรงงานไทยถูกหลอกไปญี่ปุ่นเคราะห์ซ้ำไตวายเฉียบพลันค่ารักษาพุ่งนับล้านเยน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กชื่อบัญชี Thanakorn Jaisuksakuldee ชาวไทยที่ทำงานเป็นล่ามที่ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดเผยเรื่องราวของสามีภรรยาแรงงานชาวไทยจากจังหวัดอุดรธานีคู่หนึ่งที่ถูกหลอกไปเป็นแรงงานผิดกฏหมายในญี่ปุ่น โดยหลังจากเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและรอส่งตัวกลับประเทศไทยฝ่ายสามีเกิดป่วยไตวายเฉียบพลันและต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยด่วน ล่าสุดแม้อาการจะเริ่มทรงตัวแต่ค่ารักษาพยาบาลได้พุ่งสูงนับล้านเยน จึงขอความช่วยเหลือจากคนไทยที่มีกำลังทรัพย์หรือมีคำแนะนำดีๆได้ให้ความช่วยเหลือสองสามีภรรยาดังกล่าว

โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า

วันนี้ผมมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆชาวไทยทุกๆท่านครับ เข้าเรื่องกันเลย เมื่อสองวันก่อนผมได้รับการติดต่อมาจากน้องคนไทยท่านหนึ่งชาวจังหวัดอุดรธานี น้องผู้หญิงท่านนี้เดินทางมาทำงานในญี่ปุ่นโดยไม่มีวีซ่ากับสามีชาวไทยสองคนโดยสามีเดินทางมาก่อนเมื่อสามปีก่อน และน้องผู้หญิงเดินทางตามมาสมทบเมื่อห้าเดือนก่อน ฝ่ายสามีเดินทางมาโดยการจ่ายเงินให้กับนายหน้าเถื่อนเป็นเงินถึงกว่า 250,000 บาท 
เพื่อมาทำงานสวนผักและฟาร์มการเกษตรที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดอิบาระกิ แล้วได้ย้ายหนีการจับกุมของนิวกังมาที่จังหวัดไซตามะในปัจจุบัน 〜

หลังจากนั้นน้องสองสามีภรรยาก็พบว่าไม่มีงานทำและไม่มีรายได้อย่างที่คาดหวัง หนี้สินที่กู้ยืมมาก็ยังไม่ได้จ่ายคืน จึงได้เข้ามอบตัวกับนิวกังและรอเดินทางกลับประเทศไทย ในระหว่างที่รอเดินทางกลับบ้าน วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาสามีของน้องได้ป่วยหนักอย่างกระทันหัน

คนไทยที่รู้จักกันได้พาไปโรงพยาบาล และจากการวินิจฉัยของแพทย์พบว่าสามีของน้องป่วยเป็นโรคไตวายเฉียบพลัน ระบบหายใจล้มเหลว น้องได้ให้ญาติพี่น้องที่เมืองไทยโอนเงินมาให้เป็นเงินจำนวนห้าแสนเยน เพื่อใช้วางเป็นเงินมัดจำการรักษาพยาบาลเนื่องจากไม่มีวีซ่าทำงานจึงทำให้ไม่มีประกันสุขภาพใดๆด้วยนั่นเอง ขณะนี้ค่ารักษาพยาบาลพุ่งขึ้นไปเป็นล้านเยนแล้วล่ะครับ 〜

แพทย์โรงพยาบาล Maruyama Memorial General Hospital ( 丸山総合記念病院 ) จังหวัดไซตามะ ได้ทำการสวมเครื่องช่วยหายใจและทำการฟอกเลือดอย่างเร่งด่วน จนอาการของผู้ป่วยดีขึ้นมาก ถึงวันนี้ผู้ป่วยเริ่มลืมตาได้และแพทย์ได้เริ่มถอดเครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ระบบหายใจของร่างกายทำงานเองอีกครั้งหนึ่ง 〜

ปัญหาใหญ่ของน้องตอนนี้ก็คือ น้องไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลแล้วล่ะ แค่เงินจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ไม่มี ต้องอาศัยกินอยู่กับคนไทยที่รู้จักในเมืองดังกล่าว เมื่อวานนี้ผมได้ติดต่อกับหน่วยงานคุ้มครองแรงงานไทยและสถานทูตไทยในญี่ปุ่นแล้ว และน้องได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยแล้วด้วย แต่ท่านต้องทราบว่า หน่วยงานคุ้มครองแรงงานจะสามารถดูแลเฉพาะแรงงานที่เดินทางมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และประเทศไทยของเราก็ไม่ได้ร่ำรวยหรือมีงบประมาณมากมายที่จะมาสำรองจ่ายเงินช่วยได้ขนาดนั้น ผมไม่เคยคิดอยากตำหนิหน่วยงานราชการของไทยในเรื่องนี้เลยนะครับ 〜

ดังนั้นผมจึงอยากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆพี่น้องชาวไทยที่พอจะมีกำลังทั้งทางด้านเงินทองและคำแนะนำ ท่านใดมีไอเดียดีๆ หรือพอจะมีเงินทองบ้าง ผมอยากกราบขอความช่วยเหลือแทนน้องด้วยครับ 〜

น้องผู้ชายที่ป่วยหนักชื่อ คุณ สันติ สนสายสิงห์ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ภรรยาชื่อน้องจอย อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดเดียวกัน 〜

ผมทราบว่าคนไทยหลายๆท่านในญี่ปุ่นเริ่มเบื่อหน่ายเรื่องนี้กันเหลือเกินแล้วล่ะ เพราะช่วยเหลือขนาดไหนก็ไม่มีวันจบสิ้น คนไทยยังคงประมาทกับการคิดเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่พวกเราได้ยินข่าวกันทุกวัน แต่ในวันนี้ขอความกรุณาอย่าพึ่งด่าเลยนะครับ อยากให้ช่วยเหลือคนป่วยคนละไม้คนละมือ คนละเล็กละน้อยก่อนจะได้ไหมครับ 〜

ผมเชื่อว่า การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเดือดร้อนตกทุกข์ได้ยากถือเป็นเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ไม่อยากให้พวกเรานิ่งเฉยดูดาย ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์เป็นกุศลเหมือนกับการทำบุญสร้างวัดสร้างโบสถ์นั่นแหละครับ ขอความกรุณาด้วยนะครับ ท่านใดอยากทราบรายละเอียดขอความกรุณาคอมเมนท์ถามได้นะครับ 

ที่มาของเนื้อหา : www.matichon.co.th