กินให้อ้วน กินให้ผอม

กินให้อ้วน กินให้ผอม

กินให้อ้วน กินให้ผอม

คนที่อยากจะกินให้อ้วน ก็คงเป็นเพราะรู้สึกว่าตัวเองผอมมากไปเสียแล้ว ที่จริงความรู้สึกบางครั้งก็อาจไม่ตรงกับความเป็นจริงก็ได้

ถ้าอย่างนั้นจะรู้ได้อย่างไรว่า ผอมไปหรือเปล่า

ต้องดูกันที่น้ำหนักของร่างกายว่าต่ำกว่าน้ำหนักมาตรฐานมากหรือไม่

การกำหนดน้ำหนักมาตรฐานคิดคร่าว ๆ จากส่วนสูงลบด้วย 100 ถ้าเป็นผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิงต้องลบด้วย 110 ถ้าหากน้ำหนักตัวน้อยกว่ามาตรฐานเล็กน้อย และสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ก็ไม่น่าจะต้องไปวิตกกังวล คนที่รูปร่างผอมบางเพราะกรรมพันธุ์มีถมเถไป

กินให้อ้วน กินให้ผอม

แต่ถ้าเมื่อไรที่น้ำหนักตัวลดลงไปมาก จนรู้สึกอ่อนเพลียเป็นลมง่ายไม่มีแรง และเหนื่อยง่ายโดยไม่เคยมีอาการอย่างนี้มาก่อน แสดงว่าเราผอมไปจริงแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวเอง ไม่เช่นนั้นนานไปจะเป็นโรคขาดสารอาหารทำให้ไม่มีความต้านทานโรคต่างๆ และเกิดโรคอื่นแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้

การเพิ่มน้ำหนัก ไม่ใช่ของยากที่จะทำ ง่ายกว่าจะบอกให้ลดน้ำหนักเป็นไหนๆ ไม่ต้องมีใครมาคอยห้ามว่า ไอ้นี่ก็กินไม่ได้ไอ้นั่นก็กินไม่ได้ ทั้งๆ ที่อยากกินแทบใจขาด คนผอมจะเลือกกินอะไรได้ตามชอบ ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่าเลือกกินมากเกินไปต่างหาก อะไรๆ ก็ไม่ถูกปากไปหมด

คนผอมจำเป็นต้องกินอาหารให้ได้หลายๆ ชนิด กินให้มากขึ้นกว่าที่เคยกิน และที่สำคัญที่สุดต้องกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ บางคนไม่เข้าใจว่าต้องกินไขมันมากๆ เท่านั้นถึงจะอ้วน ไขมันไม่ใช่ของดีนัก ไม่ว่าจะเป็นไขมันพืช ซึ่งมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว หรือไขมันจากสัตว์ที่มีกรดไขมันอิ่มตัวก็ตาม ไขมันอิ่มตัวทำให้เรามีระดับไขมันในเลือดสูง และอาจไปพอกผนังด้านในของหลอดเลือดทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตได้ ส่วนไขมันพืชกินมากๆ ก็อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ ยิ่งน้ำมันพืชที่เก็บไว้นานจนเหม็นหืน ก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นคนอยากอ้วน จึงไม่จำเป็นต้องกินแต่ของมันๆ อาหารที่เรากินอยู่ประจำทุกวัน ส่วนมากก็มีไขมันผสมปนเปอยู่ในปริมาณที่พอเพียงแล้ว เช่น ผัดกับข้าวเราก็ต้องใส่น้ำมัน อาหารเนื้อสัตว์ต่างๆ ก็มีมันติดบ้าง มีไขมันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อ หรือในนมในไข่ ก็มีไขมันอยู่เช่นกัน อาหารทอดๆ ทุกประเภทมีไขมันอยู่เพียบ คนผอมโชคดีที่จะเลือกกินของทอดๆ หรือ ขนมหวาน ครีม ชนิดใดก็ได้ไม่ต้องควบคุมไขมันเหมือนคนที่อ้วนแต่อยากผอม

คนผอมที่อยากกินให้อ้วนได้อีกวิธีหนึ่งคือ พยายามกินอาหารระหว่างมื้อ หรือที่เรียกว่า อาหารว่าง นอกจากจะเลือกอาหารที่ตัวเองชอบแล้ว ควรพยายามเลือกอาหารที่มีสารอาหารหลายๆ ชนิดด้วยเพื่อช่วยบำรุงร่างกาย อย่างเช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมปังหน้าหมูมีอาจาดจิ้มด้วย เป็นต้น

แต่คนผอมบางคนก็แปลกดี ของมีประโยชน์อย่างอาหารกินแล้วต้องอ้วนแน่ๆ อยู่แล้วกลับไม่ยอมกิน ไปเชื่อคำโฆษณาซื้อยาบำรุงความอ้วนมากินเอง ยาบำรุงความอ้วน หรือยาเจริญอาหารทั้งหลายล้วนแต่มีอันตรายค่อนข้างสูงแทบทั้งสิ้น ยาที่กินแล้ว

 

ทำให้อยากอาหารมากกว่าปกติ อย่างเช่น ไซโปรเฮปตาดีน เป็นยาที่ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนอินซูลินสูง ทำให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อน้ำตาลต่ำ ก็จะไปกระตุ้นที่ศูนย์ความหิว ทำให้เกิดอาการหิว ยาพวกนี้ใช้ไปนานๆ จะหยุดยาลำบาก และถ้าหยุดก็จะทำให้เบื่ออาหารอีก ตัวยาก็มีฤทธิ์กดสมองอาจทำให้ง่วงซึม หากใช้ขณะขับรถหรือทำงาน ก็มีแต่จะเกิดโทษ หรือในช่วงที่กินยานี้ไปดื่มสุรา หรือกินยาที่มีฤทธิ์กดสมองอื่นๆ ร่วมด้วย จะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์การกดสมองมากเกินไปจนหลับไม่ตื่นก็ได้

ยาพวกฮอร์โมน หรือที่เรียกว่า สเตียรอยด์ เช่นพวกเพร็ดนิโซโลน เด็กซ่าเมธาโซน ยาพวกนี้จะทำให้ร่างกายบวมน้ำจึงดูอ้วนโดยเฉพาะส่วนหน้าจะกลมเหมือนพระจันทร์ ช่วยไหลก็จะดูหนาอ้วนขึ้น แต่ไม่แข็งแรง และยาพวกนี้ยังมีอันตรายมาก เช่น ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร จนทำให้กระเพาะทะลุได้ ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงและเกิดเป็นเบาหวานได้ ทำให้กระดูกผุในผู้ใหญ่ กระดูกเจริญช้าในเด็ก ทำให้ความดันในลูกตาสูง อาจเป็นต้นหินได้นอกจากนั้นยังทำให้ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่ายด้วย

ยังมียาพวกวิตามินรวมที่คนผอมชอบซื้อมากินบำรุงให้อ้วนจริงๆ แล้ววิตามินไม่ใช่ยาที่ทำให้อ้วนอย่างที่เข้าใจกัน แต่วิตามินบางตัว เช่น วิตามินบีหนึ่ง เป็นตัวช่วยเผาผลาญอาหาร และช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร ทำให้อยากอาหารและกินอาหารได้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่วิตามินทุกตัวกินแล้วทำให้อ้วน วิตามินบางตัวกินมากก็อาจทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ เช่น วิตามินเอหากกินมากทำให้ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร ผมร่วง ผิวแห้งหยาบ เป็นแผลเรื้อรัง ปากแตก แขนขาบวม และปวดกระดูก ถ้าเป็นเด็กกระดูกจะอ่อนและเปราะง่าย เป็นต้น หรือวิตามินดี หากกินมากเกินไปก็อาจจะเกิดอาการเบื่ออาหาร กระหายน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปัสสาวะบ่อย และอ่อนเพลีย เป็นต้น

อ้อ คนผอมที่กำลังอ่านอยู่อาจจะนึกค้านอยู่ในใจแล้วว่ามันก็ไม่อยากกินยาหรอก แต่เป็นเพราะมันเบื่ออาหารไม่อยากกินอาหาร ก็เลยต้องใช้ยาช่วยให้อยากอาหาร ไม่ใช่เพราะเลือกกินมากเหมือนบางคนซะหน่อย

 

เอาละ เรามาลองใช้วิธีนี้กัน

วิธีที่ว่า ก็คือ ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวัน จะด้วยวิธีการเดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค หรืออื่นๆ เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เซลต่างๆ ของร่างกายจะได้รับอาหารและออกซิเจนอย่างพร้อมมูล ช่วยให้การเผาผลาญอาหารภายในเซลต่างๆ ของร่างกายเป็นไปได้รวดเร็ว เพราะทั้งหัวใจและปอดได้ทำงานมากขึ้น เป็นการช่วยให้มีความอยากกินอาหารมากขึ้น และยังทำให้สมองแจ่มใส เบิกบาน คลายเครียด คนที่มีอารมณ์ขุ่นมัว ไม่สบายใจ วิตกกังวล เคร่งเครียด ทั้งวันมีส่วนทำให้เบื่ออาหาร ถึงเวลาอาหารก็ไม่อยากกิน กินไม่ลง แต่เมื่อได้ออกกำลังกาย คลายเครียด สมองปลอดโปร่งแจ่มใส จึงมีส่วนช่วยให้อยากอาหารได้เป็นอย่างดี

เมื่อออกกำลังกายแล้ว ก็ต้องมีการพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น แจ่มใส กระปรี้กระเปร่า ก็แสดงว่านอนพอแล้ว การนอนที่เพียงพอจะทำให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน การได้พักผ่อนเพียงพอเป็นการช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งระบบการย่อยอาหาร ระบบการขับเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระบบย่อยอาหารดี ท้องไม่อืด แน่น ระบบขับถ่ายดี ท้องไม่ผูกก็ย่อมจะเจริญอาหารเป็นธรรมดา

หากปฏิบัติได้ตามนี้แล้วก็ยังผอมอยู่นั่นเอง ก็อาจจะเป็นเพราะสาเหตุจากโรคบางโรคก็เป็นได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคของต่อมไทรอยด์ ก็คงต้องปรึกษาหมอดู และบางคนก็อาจจะผอมเนื่องจากกรรมพันธุ์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ถ้าผอมอย่างนั้นแล้ว แข็งแรงดี ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ข้อปฏิบัติของคนผอมที่อยากอ้วน

1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่มากกว่าที่เคยกิน

2. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอทุกวัน

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

4. ทำจิตใจให้เบิกบานอยู่เสมอ ไม่วิตกกังวลหรือเครียด

กินให้ผอม

เมื่อกินให้อ้วนได้ ก็ต้องกินให้ผอมได้

คนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักมากเกือบทุกคนต้องการลดน้ำหนักของตัวเอง เพื่อไม่ให้ใครต่อใครมาตั้งสรรพนามว่า ยายอ้วน บ้าง ยายตุ่ม หรือ ไอ้ช้างน้ำ หมูตอน ซึ่งล้วนแล้วแต่บาดใจทั้งนั้น

คนอ้วนเพราะตามใจปากตัวเองมีอยู่มากมาย

นั่นนะซีแล้วจะทำอย่างไรจึงผอมได้

อาหารการกินมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน

การกินให้ผอมก็คือ การควบคุมอาหารแต่ละมื้อที่จะกินนั่นเอง

การควบคุมอาหาร จึงเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนอ้วนผอมลงได้ เราจะมีวิธีการควบคุมอาหารไม่ตามใจปากตัวเองได้

 

อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่ที่ตัวผู้กินทั้งสิ้น เพราะเมื่อรู้วิธีการควบคุมอาหารแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตาม ก็ไร้ประโยชน์ ฉะนั้นคนที่คิดว่าจะบังคับใจตัวเองได้เท่านั้น จึงควรอ่านบทความนี้ต่อไป

การควบคุมอาหาร

ข้อแนะนำง่ายๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ ก็คือ พยายามดัดแปลงอาหารที่กินอยู่เป็นประจำให้เหมาะสมกับสภาพของตัวเองเพื่อว่าหลังจากที่น้ำหนักลดลงตามที่เราต้องการแล้ว เราจะได้นำมาปฏิบัติจนเคยชินเป็นนิสัย เช่น สภาพของเราเป็นคนนั่งโต๊ะทำงาน วันๆ ไม่ต้องใช้พลังงานมาก เราก็ไม่จำเป็นที่ต้องกินอาหารที่ให้พลังงานสูงอย่างพวกไขมัน อาหารพวกแป้ง ข้าวมากจนเกินไป ขนมหวานงดได้ก็งดไปเลย

ควรจำไว้ว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่ลดอาหารทุกอย่างเพียงลดบางอย่าง และต้องกินให้ได้สารอาหารครบถ้วน ซึ่งมีทั้งสารโปรตีน ที่ได้จากเนื้อสัตว์ หรือไข่ นม ถั่วเหลือง มีสารคาร์โบไฮเดรทจากพวกอาหารแป้ง ได้ไขมันบ้างจากการประกอบอาหาร ได้สารเกลือแร่ และวิตามิน จากผัก และผลไม้ ทุกวัน และกินอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เพียงแต่ลดปริมาณของอาหารบางอย่างที่เป็นสาเหตุให้ครบทั้ง 3 มื้อ เพียงแต่ลดปริมาณของอาหารบางอย่างที่เป็นสาเหตุให้อ้วนลง ดีกว่าการลดจำนวนมื้ออาหารลง และในจำนวน 3 มื้อมีมื้อเย็นเป็นมือที่ควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลงกว่ามื้ออื่นๆ

อาหารลดน้ำหนัก แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด

1. อาหารที่ควรงด ได้แก่

– อาหารที่มีไขมันสูง เช่น เค้กหน้าครีม พาย คุกกี้ ชอกโกแลท ไอศกรีม หนังสัตว์ มันสัตว์ เนื้อสัตว์ที่ติดมันมากของทอด

 

ทุกชนิด อาหารที่กะทิเป็นส่วนผสม ครีมต่างๆ เป็นต้น

– อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรทสูง เช่น ขนมหวาน โดยเฉพาะขนมหวานที่มีแต่แป้ง และน้ำตาลเป็นส่วนผสม เครื่องดื่มที่มีรสหวานอย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน

2. อาหารที่กินได้ในปริมาณจำกัด

– ข้าว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว มักกะโรนี และอาหารที่ทำจากแป้ง

– อาหารผัดที่มีน้ำมันค่อนข้างมาก

– เนื้อสัตว์ติดมันไม่มาก

– ผลไม้ที่มีรสหวานจัด เช่น ทุเรียน ลำไย ขนุน เป็นต้น

3. อาหารที่กินได้ไม่จำกัด ได้แก่

– ผัก

– ผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง มะละกอ ส้ม มันแกว มังคุด เป็นต้น

นอกจากอาหาร 3 มื้อแล้วไม่ควรกินอาหารในระหว่างมื้ออาหารว่างทั้งหมด หรือของขบเคี้ยวเล่นๆ กินจุกกินจิกกันทั้งวันนั้นควรเลิกไปเลย ถ้าเกิดมีอาการหิวขึ้นมาจริงๆ ระหว่างมื้อ ควรกิจผลไม้ที่ไม่หวานแทน

คนอ้วนบางคน กลัวว่ากินแล้วจะอ้วน ก็เลยใช้ยาลดความหิวการใช้ยานั้นเป็นเรื่องอันตราย ควรใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ และจะต้องอยู่ในความดูแลของหมอ ไม่ควรซื้อมากินเอง เช่น ในกรณีที่อ้วนจนคุมเบาหวานไม่อยู่ หรือ ข้อเข่าเสีย เป็นต้น

หลายคนใช้วิธีลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก ด้วยวิธีการใช้ขาลดความอ้วนตามคำโฆษณาชวนเชื่อ นั่นเป็นวิธีการที่ผิด ขาลด ความอ้วนดังกล่าวนั้น มีส่วนผสมที่สำคัญคือ มะขามแขก ซึ่งเป็นสมุนไพรใช้เป็นยาระบาย โดยหลังจากที่กินยาประเภทนี้แล้ว จะทำให้เกิดการถ่ายท้อง หรือระบายท้อง ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำจากร่างกาย รวมทั้งร่างกายได้รับสารอาหารเข้าสู่ร่างกายน้อยผิดปกติ เนื่องจากอาหารที่กินเข้าไปถูกขับออกเป็นอุจจาระเร็วเกินไป ร่างกายยังไม่ทันได้ย่อยจนเป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด เพื่อทำการดูดซึมไปใช้เลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฉะนั้นอาการเพียงน้อยนิดที่คนอ้วนกินเข้าไปอย่างระมัดระวังนั้น ก็มิได้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเลย ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน จนเกิดภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งถ้าเกิดสภาวะเช่นนี้อยู่เป็นเวลานานก็อาจถึงตายได้

การใช้ขาลดความอ้วน หรือยาลดความอ้วนประเภทอื่นๆ ซึ่งเป็นยาระบายบ่อยๆ จะมีผลทำให้ลำไส้ และกระเพาะอาหารเกิดความผิดปกติ คือเคยชินกับการกินระบายเช่นนี้ตลอดไป ถ้าไม่กินจะเกิดอาการท้องผูก

มีอาหารอีกชนิดหนึ่งที่คนอ้วนนิยมกิน โดยคิดว่ากินแล้วช่วยให้หายหิว จะได้ไม่ต้องกินอาหารอื่นมาก อาหารที่ว่านี้ก็คือ เมล็ดแมงลัก จริงอยู่เมล็ดแมงลักนั้นมีคุณสมบัติ อมน้ำมากจะพองตัวเมื่อถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่ม และกินอาหารอื่นได้น้อยลง แต่ผลเสียของการใช้เมล็ดแมงลักนั้นก็มีอยู่ไม่น้อย เมื่อกินเมล็ดแมงลักเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกอัดอัดเพราะเมล็ดแมงลักเข้าไปบานในกระเพาะอาหาร และอีกประการคือเมล็ดแมงลักมีแต่กากอาหาร ไม่ได้ให้สารอาหารอื่นๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น โปรตีน เกลือแร่สำคัญ และวิตามินเป็นต้น เมื่อกินแต่เมล็ดแมงลัก ร่างกายก็จะขาดสารอาหารจนเกิดอันตรายต่อร่างกาย

 

ได้ ดังนั้นแทนที่จะกินเมล็ดแมงลัก ควรกินพวกผักและผลไม้จะมีประโยชน์กว่า

การลดน้ำหนักตัว หรือการที่จะให้ผอมลงนั้น ไม่ได้อยู่ที่อาหารการกินเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยได้ การออกกำลังก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยได้ วิธีที่ดีก็คือ ควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร แต่ถ้าออกกำลังกายแล้วยังกินไม่หยุดก็ไม่มีวันผอมได้

หลังจากที่ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้วแต่ก็ยังปรากฏว่า ลดไม่ลงเสียที ยังคงอ้วนอยู่ ก็ให้คิดว่าคงจะเป็นเรื่องของ กรรมพันธุ์ ลองดูว่า พ่อแม่ พี่น้อง อ้วนหรือเปล่า ถ้าพ่อแม่พี่น้องไม่อ้วน อาจจะมีปู่ ย่า ตา ยาย อ้วนก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเลยตามเลย ไม่ต้องควบคุมอาหารหรือไม่ต้องออกกำลังกาย ควรทั้งควบคุมอาหารพร้อมๆ กับการออกกำลังกาย เหมือนคนอ้วนทั่วๆ ไป เพื่อควบคุมไม่ให้อ้วนมากขึ้น ถ้ากินมาก ตามใจปากกันมากก็ต้องอ้วนมากขึ้นเป็นธรรมดา คนอ้วนไม่ใช่แต่จะมีรูปร่างไม่สวยเท่านั้น ยังเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคข้อกระดูก โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาต และเกิดนิ่วในถุงน้ำดี สำหรับผู้หญิงอาจทำให้เป็นหมัน หรือหากตั้งครรภ์จะทำให้มีโรคแทรกซ้อน เป็นอันตรายต่อ แม่ และลูกได้ง่าย

บางคนอาจจะอ้วนจากโรคบางชนิด เช่น ความผิดปกติของการทำงานของต่อมไร้ท่อ ความผิดปกติของต่อมใต้สมอง และจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยากลุ่มสเตียรอยด์ ได้แก่ เพร็ตนิโซโลน เป็นต้น แต่ความอ้วนจากสาเหตุนี้พบน้อยมาก

สรุปแล้ว การปล่อยให้อ้วนไม่ดีแน่ ฉะนั้นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองชักจะอ้วนแล้ว ก็ต้องกินให้ผอมโดยการควบคุมอาหารการกิน ดังได้กล่าวไปแล้ว และที่สำคัญอีกอย่างคือ อย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย

บทความสุขภาพ

ตอนที่ 1 กินกล้วยต้านโรค
ตอนที่ 2 เบาหวาน กับการกินอาหาร
ตอนที่ 3 กินอย่างไรไม่ให้มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
ตอนที่ 4 กินอย่างไรไม่ให้เป็นโรคกระเพาะ
ตอนที่ 5 ดื่มนมชนิดไหนดี
ตอนที่ 6 ทำไมต้องกินอาหารเช้า
ตอนที่ 7 อาหารมังสวิรัติดีจริงหรือ
ตอนที่ 8 ข้าวกล้องมีอะไรดี
ตอนที่ 9 กินเต้าหู้ ป้องกันมะเร็งเต้านม
ตอนที่ 10 มาทำน้ำเต้าหู้…ดื่มกัน
ตอนที่ 11 กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา
ตอนที่ 12 กินให้อ้วน กินให้ผอม
ตอนที่ 14 กินเพื่อสุขภาพ

ที่มาบทความ หนังสือ “กินต้านโรค”
พรพรรณ รพี 2543 พิมพ์ครั้งที่ 3

เอกสารอ้างอิง

•    กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. ม.ป.ป. ชีวิตมีสุข 150 น.
•    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2530. ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทย. 48 น.
•    กระทรวงสาธารณสุข 2527. โภชนาการกับสุขภาพ. วารสารสุขภาพปีที่ 13 ฉบับที่ 2.
•    คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล. 2534. พบหมอศิริราช เล่มที่ 6. โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์กรุงเทพฯ. 92 น.
•    จุรีวรรณ มณีแสง. 2530. ควรเริ่มบริโภคอาหารมังสวิรัติไหม. วารสารจันทเกษม ฉบับที่ 195
•    จงจิตร กฤษณะประกรกิจ. 2529. โภชนบำบัดในโรคอ้วน. เอกสารการสอนชุดวิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
•    ชนิกานต์ 2533 กล้วย ยาดี ราคาถูก. หมอชาวบ้าน ปีที่ 12 ฉบับที่ 135
•    นัยนา อัศวภาค และคณะ. 2531. ภาวะโภชนาการผู้บริโภคมังสวิรัติเคร่งครัด. โภชนาการสาร ปีที่ 22 ฉบับที่ 1
•    ประภาศรี ภูวเสถียร ม.ป.ป. วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง. สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. อัดสำเนา 3 น.
•    พิกุล 2531 กินและสุขภาพ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ กรุงเทพฯ 136 น.

Save