การรักษาโรคเบาหวาน ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

การรักษาโรคเบาหวาน ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

เบาหวาน เป็นอาการโรคเรื้อรังแบบไม่ติดต่อ มีอีกชื่อที่ค่อนข้างน่ากลัวเรียกว่า “เพชฌฆาตเงียบ” เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้ที่เสียชีวิตลงด้วยอาการที่เกิดจากโรคเบาหวานเป็นจำนวนมาด และปริมาณผู้ที่ป่วยด้วยอาการโรคนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน และการรักษาผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ส่วนมากก็ไม่หายขาด ต้องกินยาดูแลไปตลอดชีวิต และมันมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการป่วยอีกหลายอย่าง ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าวิตก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคอ้วน โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคไตเสื่อม การเสื่อมของจอประสาทตา ตาเป็นต้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปัญหาแผลติดเชื้อรักษายากและเป็นแผลติดเชื้อลุกลาม และอื่นๆ ซึ่งแต่ละอย่างนำมาซึ่งความทรมานของผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคเบาหวาน ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ยากจนเป็นเรื่องที่น่ากลัว หากเราเข้าใจและมีการลงมือเริ่มรักษาและดูแลตัวเองเสียตั้งแต่เนิ่นๆ

การรักษาโรคเบาหวาน

วิธีการ รักษาโรคเบาหวาน เบื้องต้น เราสามารถเริ่มได้จากการดูแลตัวเองก่อน ซึ่งประกอบด้วยหลักที่เราสามารถทำได้ง่ายๆ 4 ประการ ดังนี้…

  1. หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารทุกชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณที่สูง ซึ่งเรื่องนี้เราสามารถทำเองได้ไม่ต้องพึ่งใคร เพียงแค่เราสังเกตและพิจารณาอาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างก่อนจะรับประทานเข้าไปให้ละเอียดก็สามารถหลีกเลี่ยงและลดปริมาณน้ำตาลที่จะนำเข้าสู่ร่างกายได้ ยิ่งทานน้ำตาลน้อยตับก็ทำงานลดลง ไม่ต้องผลิตอินซูลินออกมาขจัดน้ำตาล ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องทำความเข้าใจในของที่จะรับประทานอย่างถ่องแท้ อ่านฉลากและทำความเข้าใจก่อนเสมอ
  2. ลดปริมาณอาหารในกลุ่มแป้งลง โดยเฉพาะพวกแป้งขัดขาวที่เป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว พวกขาวขัดขาว ขนมปังเนื้อนิ่มๆ และขนมเค้ก มันฝรั่งทอด ทั้งหลายลดปริมาณลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลีกเลี่ยงไปเลยยิ่งดี แต่ก็ไม่สามารถงดเว้นเพราะอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานของร่างกาย หากจะรับประทานควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือ พวกที่ยังไม่ผ่านการขัดขาว เช่นการรับประทานข้าวซ้อมมือ ซึ่งพวกนี้จะมีการดูดซึมแปรสภาพเป็นน้ำตาลช้ากว่าทำให้ร่างกายมีเวลานำเอาพลังงานที่ได้ไปใช้
  3. เน้นการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยจากธรรมชาติ อาหารโรคเบาหวาน ควรเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักและผลไม้สด จะดีที่สุด แต่ผลไม้ก็ใช่ว่าจะดีทุกชนิดเพราะผลไม้บางอย่างรสหวานจัด ก็ควรหลีกเลี่ยง หรือรับประทานแค่พอได้ชิมให้หายอยากเป็นพอ อีกอย่างที่ต้องเตือนก็คือ เรื่องน้ำผลไม้ อย่าเห็นว่าเป็นน้ำผลไม้ 100% แล้วจะรับประทานได้ เพราะในน้ำผลไม้ก็มีน้ำตาลผลไม้ในปริมาณสูงเช่นกัน รับประทานเป็นผลสดๆ จะดีกว่า
  4. หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ตามสภาพร่างกายของเรา ซึ่งการออกกำลังกายนอกจากช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับเหมาะสมได้อีกด้วย

หลักใน การรักษาโรคเบาหวาน ทำได้ง่ายๆ ดังนี้ แต่ส่งผลดีกับร่างกายได้จริงเพียงแค่ตั้งใจและทำอย่างสม่ำเสมอ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่ 1 : โรคเบาหวาน ภัยเงียบใกล้ตัวที่ร้ายกว่าที่คิด รู้จักและหาทางป้องกันตั้งแต่วันนี้
ตอนที่ 2 : รู้จัก สมุนไพรรักษาเบาหวาน
ตอนที่ 3 : การรักษาโรคเบาหวาน ไม่ยากและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ตอนที่ 4 : แผลเบาหวาน ที่เท้า อันตราย ไม่ดูแลรักษาถึงขั้นต้องตัดขาทิ้ง
ตอนที่ 5 : รู้จัก ยาสีฟันสมุนไพร ดีต่อสุขภาพมากกว่าแค่ฟันขาวสดใส
ตอนที่ 6 : ผลไม้สำหรับคนเป็นเบาหวาน ต้องเลือกไม่ใช่ผลไม้ทุกชนิดที่กินได้
ตอนที่ 7 : เหงือกบวม ไม่ใช่เรื่องเล็กต้องรีบรักษา
ตอนที่ 8 : ร้อนใน กับปัญหาภายในช่องปาก และการรักษาอาการด้วยตัวเอง
ตอนที่ 9 : รู้จักโรค เหงือกอักเสบ และการดูแลตัวเอง
ตอนที่ 10: อยู่ๆ ก็ ปวดฟัน ทำไงดี


Reference:

การรักษาโรคเบาหวาน Wikepedia

การรักษา

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งไม่มีหนทางรักษายกเว้นในบางกรณี การรักษามุ่งรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงเกณฑ์ปกติให้มากที่สุด โดยไม่ก่อให้เกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งอาจบรรลุโดยอาหาร การออกกำลังกายและการใช้ยาที่เหมาะสม

  • ควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติและแก้ไขปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ การรักษาจำเป็นจะต้องทำงานร่วมกันระหว่างผู้ป่วย แพทย์ ผู้ให้คำแนะนำเรื่องโรคเบาหวาน โภชนาการและยา การรักษานี้จะช่วยให้เกิดความสมดุลทั้งในด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ยารักษา
  • ควรเจาะระดับน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ ให้ปรึกษาแพทย์ว่าควรเจาะช่วงใด และบ่อยแค่ไหนถึงจะดีที่สุด

การรักษาโรคเบาหวานในผู้สูงอายุ มีเป้าหมาย คือ

  1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตลอดชีวิต คือประมาณ 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงน้อยต่อการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด ใช้ค่าน้ำตาลแบบฮีโมโกลบินเอวันซีในการประเมินผู้ป่วยเบาหวาน ค่าฮีโมโกลบินเอวันซี ที่เหมาะสมคือต่ำกว่าร้อยละ 7
  2. ป้องกันหรือชะลอโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
  3. เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย คือให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุขและมีคุณภาพ
  4. ควบคุมระดับความดันโลหิต โดยระดับความดันโลหิตที่เหมาะสม คือ น้อยกว่า 130/90 มิลลิเมตรปรอท และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอีกด้วย โดยดูจากระดับไขมันความหนาแน่นต่ำ ต้องน้อยกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

ดังนั้นการรักษาโรคเบาหวานจะต้องอาศัยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา ซึ่งทั้งนี้ต้องการกำลังใจของผู้สูงอายุและความร่วมมือจากญาติพี่น้องหรือผู้ดูแล การใช้ยารักษาจะเริ่มเมื่อผู้ป่วยสูงอายุไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้บรรลุเป้าหมายด้วยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาที่เหมาะสมคือออกฤทธิ์ไม่แรงและหมดฤทธิ์เร็ว เริ่มจากขนาดยาต่ำๆ ก่อน มีวิธีการใช้ยาที่ง่ายและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ผู้ป่วยที่ใช้ยาจะต้องควบคุมอาหารและออ

Save

Save

Save