กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา

กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา

กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา

กระเทียมเป็นพืชพื้นเมืองที่เก่าแก่ และเป็นที่แพร่หลายกันทั่วโลก จากหลักฐานยืนยันว่ามีการปลูกกระเทียมเป็นอาหารมาไม่ต่ำกว่า 5 พันปีมาแล้ว

ในอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่า กระเทียมเป็นอาหารบำรุงกำลัง กินกระเทียมแล้วทำให้มีพละกำลังที่แข็งแรง จึงมีการแจกกระเทียมให้กับคนงานสร้างปิรามิด และให้นักรบในขณะปฏิบัติงานชาวกรีกและอินเดียก็มีความเชื่อเช่นเดียวกับอียิปต์ ชาวอินเดียยังเชื่ออีกว่า กระเทียมทำให้สมองแจ่มใส มีเสียงไพเราะ สำหรับชาวสเปนในสมัยโบราณนั้น อาหารวันขึ้นปีใหม่ที่วิเศษสุดที่จะขาดไม่ได้ ก็คือน้ำแกงต้มกระเทียม ส่วนอังกฤษก็นำกระเทียมมารักษาบาดแผล

กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา

ในปัจจุบันจึงได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกระเทียมมากขึ้นพบว่ากระเทียมใช้ทั้งเป็นอาหารและยา

สำหรับในด้านอาหาร กระเทียมนอกจากจะใช้ปรุงแต่งกลิ้นและรสชาติของอาหารให้อร่อยแล้ว กระเทียมยังมีคุณค่าทางอาหารอีกด้วย จากการวิเคราะห์สารอาหารที่มีอยู่ในกระเทียมของกองวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กรมวิทยาศาสตร์บริการพบว่า ในกระเทียมมีสารอาหารหลายชนิดด้วยกัน เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรท แคลเซี่ยม เหล็ก โปตัสเซี่ยม ฟอสฟอรัส โซเดียม ไขมัน วิตามิน เป็นต้น

ปริมาณสารอาหารในกระเทียมส่วนที่กินได้ 100 กรัม

ชื่อสารอาหาร ปริมาณสารอาหาร
โปรตีน

คาร์โบไฮเดรท

แคลเซี่ยม

เหล็ก

โปตัสเซี่ยม

ฟอสฟอรัส

โซเดี่ยม

ไขมัน

เถ้า

กาก

วิตามินบีหนึ่ง

วิตามินบีสอง

วิตามินซี

7.44

26.40

110.00

1.60

462.70

187.00

8.46

0.10

1.65

0.71

0.17

0.02

11.00

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

กรัม

มิลลิกรัม

มิลลิกรัม

มิลลิกรัม

เมื่อกินกระเทียมเป็นประจำ สารอาหารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกระเทียมจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีแรงด้านทานโรคต่าง ๆ ช่วยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายเป็นไปด้วยดีนอกจากนั้นยังช่วยให้อยากอาหารช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรงช่วยรำบุงผิวหนัง ประสาท นัยน์ตา ลิ้น ริมฝีปาก

ส่วนในด้านของการใช้กระเทียมเป็นยานั้น จากการวิจัยพบสารเคมีในหัวกระเทียมคือ น้ำมันหอมระเหย โดยทั่วไปกระเทียมจะมีน้ำมันหอมระเหยประมาณ 0.6-1 เปอร์เซ็นต์ ในน้ำมันหอมระเหยนี้มีสารเคมีที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบหลายชนิด ตัวที่สำคัญคือ อัลลิซิน

อัลลิซิน เป็นน้ำมันไม่มีสี เมื่อนำไปแยกสกัดพบว่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิดจึงสามารถใช้เป็นได้ทั้งยาภายในและภายนอก ใช้รักษาเชื้อแบคทีเรียที่ได้ผลคือ เชื้อที่ทำให้เกิดหนอง เชื้อที่ทำให้เกิดการอักเสบในคอเชื้อบิดทั้งชนิดที่มีตัว และไม่มีตัว

 

ส่วนฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อรานั้น กระเทียมสามารถฆ่าเชื้อราที่ทำให้ลิ้นเป็นฝ้าขาว เป็นระดูขาว เป็นโรคกลากเกลื้อนได้

กระเทียมยังสามารถลดปริมาณไขมันในเลือดได้ทั้งในคนปกติ และคนไข้ที่มีไขมันในเลือดสูง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคผิวหนัง เส้นเลือดแดงหนา แข็ง และเสียการยืดหยุ่นได้ ป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือด ลดความดันโลหิต ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคจากพิษตะกั่ว ช่วยป้องกัน และรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานอย่างเฉียบพลัน รักษาโรคไอ

จากข้อมูลล่าสุดนักวิจัยพบว่า สารที่อยู่ในกระเทียมจะไปกระตุ้นเอนไซม์ที่อยู่ในตับซึ่งมีฤทธิ์ในการทำลายอะฟลาท็อกซินกระเทียมสามารถป้องกันสารก่อมะเร็ง ซึ่งเกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่หรือเนื้อย่างจนไหม้เกรียม และมลพิษในอากาศ

รักษาโรคกลาก โดยฝานกลีบกระเทียม แล้วนำมาถูบริเวณที่เป็นกลากวันละหลาย ๆ ครั้ง จนกว่าจะหาย
หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และแน่นจุกเสียดกินกระเทียมดิบ ๆ ครั้งละประมาณ 5 กลีบหลังอาหาร หรือขณะที่มีอาการ

ข้อควรระวัง

– บางคนอาจมีอาการแพ้ และอักเสบที่ผิวหนัง เมื่อสัมผัสกระเทียม

– ไม่ควรให้เด็กกินยาเตรียมจากกระเทียม เพราะอาจระคายเคืองทางเดินอาหารและเป็นอันตรายได้

– ไม่ควรกินกระเทียมสด ๆ มาสกกว่าวันละ 2 กลีบ เพราะในกระเทียมมีสารบางตัวที่ทำให้ลำไส้ระคายเคืองได้

– สำหรับคนเป็นโรคกระเพาะ หรือคนปกติที่กินกระเทียมดิบมากเกินไปแล้วเกิดอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง ควรกินกระเทียมให้น้อยลง หรือเปลี่ยนเป็นกินกระเทียมที่สุกแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารให้น้อยลง

กระเทียมที่สุกแล้ว คุณค่าทางการเป็นยารักษาโรคยังมีอยู่ครบถ้วน เพียงแต่มีฤทธิ์อ่อนกว่าเท่านั้น

ปัจจุบันมีผู้นิยมกินกระเทียมกันมากขึ้น จึงมีผู้ผลิตกระเทียมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ของสารสกัดกระเทียมบรรจุในแคปซูล หรืออัดเม็ด

กระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็น ถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคจึงได้ออกประกาศ กำหนดให้ผลิตภัณฑ์กระเทียมต้องมีฉลากอาหารซื้ออาหาร เครื่องหมายการได้รับอนุญาตให้ใช้ฉลากชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต หรือของผู้แบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายเดือนปีที่ผลิต

 

หรือหมดอายุ คำแนะนำการใช้ และการเก็บรักษา และถ้ามีการใส่วัตถุกันเสีย ก็จะต้องบอกไว้ในฉลากด้วย

ถ้าใครที่อยากลองซื้อกระเทียมชนิดแคปซูล หรืออัดเม็ดไปกินคงต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่า มีฉลากอาหาร เครื่องหมายได้รับอนุญาตให้ใช้ฉลากถูกต้องหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อการบริโภคถ้าไม่แน่ใจ ก็หันมากินหัวกระเทียม จากครัวบ้านเราดีกว่า

 

บทความสุขภาพ

ตอนที่ 1 กินกล้วยต้านโรค
ตอนที่ 2 เบาหวาน กับการกินอาหาร
ตอนที่ 3 กินอย่างไรไม่ให้มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
ตอนที่ 4 กินอย่างไรไม่ให้เป็นโรคกระเพาะ
ตอนที่ 5 ดื่มนมชนิดไหนดี
ตอนที่ 6 ทำไมต้องกินอาหารเช้า
ตอนที่ 7 อาหารมังสวิรัติดีจริงหรือ
ตอนที่ 8 ข้าวกล้องมีอะไรดี
ตอนที่ 9 กินเต้าหู้ ป้องกันมะเร็งเต้านม
ตอนที่ 10 มาทำน้ำเต้าหู้…ดื่มกัน
ตอนที่ 11 กระเทียมเป็นทั้งอาหารและยา
ตอนที่ 12 กินให้อ้วน กินให้ผอม
ตอนที่ 14 กินเพื่อสุขภาพ

ที่มาบทความ หนังสือ “กินต้านโรค”
พรพรรณ รพี 2543 พิมพ์ครั้งที่ 3

เอกสารอ้างอิง

•    กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. ม.ป.ป. ชีวิตมีสุข 150 น.
•    กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. 2530. ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทย. 48 น.
•    กระทรวงสาธารณสุข 2527. โภชนาการกับสุขภาพ. วารสารสุขภาพปีที่ 13 ฉบับที่ 2.
•    คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล. 2534. พบหมอศิริราช เล่มที่ 6. โรงพิมพ์เรือนแก้วการพิมพ์กรุงเทพฯ. 92 น.
•    จุรีวรรณ มณีแสง. 2530. ควรเริ่มบริโภคอาหารมังสวิรัติไหม. วารสารจันทเกษม ฉบับที่ 195
•    จงจิตร กฤษณะประกรกิจ. 2529. โภชนบำบัดในโรคอ้วน. เอกสารการสอนชุดวิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
•    ชนิกานต์ 2533 กล้วย ยาดี ราคาถูก. หมอชาวบ้าน ปีที่ 12 ฉบับที่ 135
•    นัยนา อัศวภาค และคณะ. 2531. ภาวะโภชนาการผู้บริโภคมังสวิรัติเคร่งครัด. โภชนาการสาร ปีที่ 22 ฉบับที่ 1
•    ประภาศรี ภูวเสถียร ม.ป.ป. วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง. สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. อัดสำเนา 3 น.
•    พิกุล 2531 กินและสุขภาพ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ กรุงเทพฯ 136 น.

Save

Save